แบบรายงานผลการดำเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติการ สพป. ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
โครงการ : โครงการพัฒนาระบบการตรวจสอบภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อป้องกันการทุจริต
สนองกลยุทธ/ยุทธศาสตร์/นโยบาย ที่ : โครงการพัฒนาระบบการตรวจสอบภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อป้องกันการทุจริต
ปีงบประมาน
: 2562
แผนงาน
:
ลักษณะโครงการ : โครงการต่อเนื่อง
กลุ่ม/หน่วยงานที่รับผิดชอบ : 07-กลุ่มตรวจสอบภายใน
ผู้รับผิดชอบโครงการ : นางสาวนรารัตน์ รักสม
ระยะเวลา : ตุลาคม 2561 – กันยายน 2562
งบประมาณได้รับมาจาก : งบกลาง
หลักการและเหตุผล
         ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กำหนดให้สถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินการตามนิติกรรมที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาตามกฎหมาย ซึ่งสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดนโยบายและวางกรอบมาตรการเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามนโยบายรัฐบาล โดยในปี 2555 ได้นำ มาแปลงเป็นกลยุทธ์และกิจกรรมสำคัญใช้เป็นกรอบนโยบาย และแนวทางดำเนินงาน รองรับตามกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ประกอบกับในสภาวะปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนงบประมาณจากระบบเดิมซึ่งเป็นการจัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้นแผนงาน (Program Budgeting) ซึ่งให้ความสำคัญกับทรัพยากรที่นำไปใช้ (Inputs) ควบคุมการจัดสรรงบประมาณอย่างเข้มงวดและมีความเคร่งครัดในการเบิกจ่ายงบประมาณ มาเป็นงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน หรือผลลัพธ์ (Performance-Base Budgeting) ซึ่งเป็นระบบที่ให้ความสำคัญกับการกำหนดพันธกิจ (Mission) ขององค์การ เป้าหมายและวัตถุประสงค์ กลยุทธ์แผนงาน โครงการอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสะท้อนให้เห็นผลลัพธ์ (Outcomes) ของงาน มีคุณลักษณะสำคัญอาทิ เช่น จัดสรรงบประมาณแบบยอดเงินรวม มีการจัดทำแผนงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง มีการคำนวณต้นทุนผลผลิต การบริหารงบประมาณระบบใหม่กับมาตรฐานการจัดการทางการเงิน 7 Hurdles (Management of the New Budgeting Program with 7 Hurdles) ประกอบด้วย 1) การวางแผนงบประมาณ (Budget Planning) เป็นการสร้างระบบให้ครอบคลุมกระบวนการจัดสรรทรัพยากร มีการกำหนดภารกิจหลักและภารกิจรองของหน่วยงานย่อยๆ รวมถึงผลผลิตและผลลัพธ์ มีการกำหนดตัวชี้วัดในการติดตามประเมินผลและการรายงาน เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจในการบริหารและจัดสรรงบประมาณ 2)การคำนวณต้นทุนผลงาน/ผลผลิต (Output Costing) เพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรว่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร และเป็นการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงาน ซึ่งให้ประโยชน์ เช่น เป็นข้อมูลวิเคราะห์พื้นฐานในการจัดทำโครงการใหม่ ๆ เพื่อคำนวณความคุ้มค่าจากการลงทุน เป็นต้น 3) การจัดระบบการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Management) กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ดี จะช่วยลดปัญหาอันเนื่องมาจากพัสดุขาดมือและก่อให้เกิดการประหยัดในการใช้จ่าย เงินงบประมาณ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนผลผลิตหรือบริการ 4) การบริหารทางการเงินและควบคุมงบประมาณ (Financial Management and Budget Control) เป็นหลักประกันให้หน่วยงานสามารถใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเก็บข้อมูล จัดทำรายงานทางการเงิน เพื่อให้ ผู้บริหารสามารถกำหนดแนวทางให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ 5) การบริหารสินทรัพย์ (Asset Management) กระบวนการบริหารสินทรัพย์ ประกอบด้วย การวางแผนกำหนดความต้องการใช้สินทรัพย์ การจัดการเพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์การใช้งานและดูแลรักษา รวมถึงการทดแทนและการกำจัดสินทรัพย์เมื่อหมดความจำเป็น6) การรายงานทางการเงินและผลการดำเนินงาน (Financial and Performance Reporting) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ (1) การรายงานทางการเงินเป็นการยืนยันผลสำเร็จหรือล้มเหลว แสดงการใช้จ่ายงบประมาณ ต้นทุนในการผลิตและการให้บริการ (2) การรายงานผลการดำเนินงาน แสดงผลการดำเนินงาน/โครงการ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการต่อหรือไม่ และ 7) การตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ช่วยให้การปฏิบัติงานในองค์การบรรลุวัตถุ ประสงค์และเป็นไปตามเป้าหมาย การตรวจสอบภายในเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบ/ควบคุมด้านการบริหารงานการเงินการบัญชี ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการบริหารที่ดี ระบบสารสนเทศขององค์การสามารถตรวจสอบได้ และมีความโปร่งใส ส่งเสริมให้มีการจัดสรรหรือใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดปัญหาทุจริตในองค์กร มีข้อตรวจพบว่าการบริหารงบประมาณในสถานศึกษา โดยภาพรวมยังมีข้อบกพร่องหลายประการ กล่าวคือ การบริหารงบประมาณในสถานศึกษาไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการทางการเงินทั้ง 7 ด้าน ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานศึกษาบางแห่งมีผลการ ดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่งผลให้ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน หน่วยตรวจสอบภายใน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 มีความตระหนักในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการทางการเงิน ให้แก่ สถานศึกษาในสังกัด เพื่อสนองนโยบายดังกล่าวข้างต้น โดยมองเห็นว่าการตรวจสอบภายในมีความจำเป็นสำหรับการบริหารองค์การในปัจจุบัน โดยถือว่าเป็นเครื่องมือของผู้บริหารในการบริหารงานทั้งในภาคเอกชนและภาคราชการ ซึ่งเดิมจะเน้นเฉพาะการตรวจสอบทางด้านการเงิน การบัญชี สำหรับหน้าที่งาน 3 ลักษณะคือ การตรวจสอบ การติดตาม และการประเมินผล ในปัจจุบันได้เน้นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ในการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ จึงเพิ่มการตรวจสอบภายในด้านการตรวจสอบการปฏิบัติงาน การตรวจสอบการบริหารและประเมินการปฏิบัติงาน การเงิน การบัญชีของสถานศึกษา ในการนี้หน่วยตรวจสอบภายใน โดยเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานจำนวน 2 ราย ซึ่งจะปฏิบัติงานแบบเข้าถึงสถานศึกษาโดยตรง ตรวจสอบ แนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้การดำเนินงานตรวจสอบสถานศึกษาในสังกัด มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และปลอดจากการทุจริต
วัตถุประสงค์
        เพื่อสร้างความเข้มแข็ง และพัฒนาระบบการตรวจสอบของผู้ตรวจสอบภายใน ให้สามารถปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดและป้องกันปัญหาทุจริตของหน่วยรับตรวจได้
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
         สถานศึกษาสามารถดำเนินการด้าน การเงินการบัญชี และการบริหารพัสดุ ถูกต้องเป็นไปตามระเบียบ และแนวปฏิบัติได้ทุกแห่งอย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายเชิงปริมาณ
        ตรวจสอบโรงเรียนในสังกัดโดยละเอียดครบ 50 โรงเรียน
งบประมาณทั้งหมด : 40,000     บาท
ใช้ไป :     บาท
คงเหลือ :     บาท
ตัวชี้วัด
        เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในสามารถตรวจสอบสถานศึกษาได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในแผนการตรวจสอบ
ผลการดำเนินงาน
        
ผลสำเร็จจากการดำเนินงาน : ไม่ระบุ  ผสลำเร็จตามวัตถุประสงค์
  : ไม่ระบุ  ผสลำเร็จตามเป้าหมาย
  : ไม่ระบุ  ผสลำเร็จตามตัวชี้วัด
ปัญหา/อุปสรรค
        
ข้อเสนอแนะ